ท่าผสม — เอาของที่มีอยู่แล้วมาใช้คู่กับ Option
สองท่านี้ไม่ใช่อาวุธใหม่ — เป็นการเอา "ของที่คุณถืออยู่แล้ว" มาใช้คู่กับ Option ที่เรียนไปในด่านอาวุธ · ท่าแรกไว้หารายได้เสริม ท่าที่สองไว้ซื้อประกัน — คนละจุดประสงค์กันคนละขั้ว
เขาใช้สิทธิ์ → คุณต้องขายที่ 5 ล้าน ทั้งที่ตลาดไปถึง 6 ล้านแล้ว · ได้ค่าสิทธิ์ 50,000 แต่เสียโอกาสกำไร 1 ล้าน — นี่คือราคาที่ต้องจ่าย
เขาไม่ใช้สิทธิ์ → คุณเก็บ 50,000 ไปฟรี ๆ และของยังอยู่ในมือ · นี่คือกรณีที่ท่านี้ออกแบบมาเพื่อ
เขาไม่ใช้สิทธิ์ คุณเก็บ 50,000 ไว้ได้ แต่ของในมือมูลค่าลดลงเต็ม ๆ · 50,000 ช่วยลดความเจ็บได้แค่นิดเดียว ไม่ได้ป้องกันขาลง
ไม่ใช้สิทธิ์ (ไม่มีใครอยากขายถูก) → กำไรตามปกติ แต่หักค่าเบี้ยที่จ่ายไป — เหมือนปีที่ไม่ได้ชนรถ
ไม่ได้ใช้สิทธิ์ เสียค่าเบี้ยเปล่า · นี่คือกรณีที่แย่ที่สุดของท่านี้ (จ่ายแล้วไม่ได้อะไรกลับมา)
Put มีค่าขึ้นมาชดเชยส่วนที่ของคุณเสียไป → มี "พื้น" รองรับ ไม่ร่วงลงไปเรื่อย ๆ · นี่คือเหตุผลเดียวที่ยอมจ่ายเบี้ย
| 🏠 Covered Call | ☂️ Protective Put | |
|---|---|---|
| จุดประสงค์ | หารายได้เสริม | ซื้อความคุ้มครอง |
| เงินค่าสิทธิ์ | ได้รับ ทันที | ต้องจ่าย ออกไป |
| มองตลาดว่า | นิ่ง หรือขึ้นนิดหน่อย | อาจร่วงแรงระยะสั้น |
| กันขาลงได้ไหม | ไม่ได้ (ลดเจ็บนิดเดียว) | ได้ มีพื้นรองรับ |
| ขาขึ้นถูกจำกัดไหม | ถูกจำกัด ที่ราคาที่ตกลง | ไม่ถูกจำกัด |
| กรณีแย่ที่สุด | ราคาพุ่ง แล้วเสียดายที่ขายถูก | ราคานิ่ง เสียค่าเบี้ยเปล่า |
คือการขายสิทธิ์ Call ทั้งที่ไม่มีของอยู่ในมือ — ต่างจาก Covered Call แค่คำเดียว แต่ผลลัพธ์ต่างกันคนละโลก
ถ้าราคาพุ่งขึ้น คุณต้องไปหาซื้อของแพง ๆ ในตลาดมาส่งมอบให้เขา และเพราะราคาขึ้นได้ไม่มีเพดาน ความเสียหายของคุณจึงไม่มีขีดจำกัด — ต่างจากการซื้อ Option ที่แย่ที่สุดคือเสียแค่ค่าสิทธิ์ที่จ่ายไป
ท่านี้คือท่าที่ทำให้คนหมดตัวจริง ๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน · เงินที่ได้มาดูเหมือนง่ายและแน่นอน จนหลายคนทำซ้ำจนชะล่าใจ แล้ววันที่ตลาดวิ่งแรงวันเดียวก็ลบกำไรทั้งปีทิ้งได้ — อย่าลองแม้แต่ครั้งเดียว